หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

หัวข้อบทความ

การขอรับการสนับสนุนจากส่วนราชการในส่วนกลาง เพื่อขับเคลื่อนให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันตก

ในการพัฒนาพื้นที่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคตะวันตก ในส่วนของจังหวัดกาญจนบุรี มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนและผลักดันโครงการการพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ชายแดนตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านโดยด่วน  จากส่วนกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อดำเนินโครงการในด้านต่างๆ ดังนี้  1. ด้านการบริหารจัดการ 2. ด้านโลจิสติกส์ 3. ด้านความมั่นคง โดยมีโครงการ แผนงาน ที่สมควรได้รับการพัฒนาจากส่วนราชการต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน ดังนี้

1. ด้านบริหารจัดการ

1.1 การจัดทำแผนแม่บท เพื่อพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันตก

 โดยมีวัตถุประสงค์

(1) เพื่อให้มีทิศทาง ลำดับ ขั้นตอน การพัฒนาที่ชัดเจนและเป็นระบบ

(2) เพื่อบูรณาการความร่วมมือการพัฒนาจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีการประสานการทำงานร่วมกันทั้งในระดับประเทศ ภาค กลุ่มจังหวัดและจังหวัด ทั้งภาครัฐและเอกชน

(3) เพื่อทราบถึงข้อเสนอแนะ และรูปแบบการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสมและนำไปสู่การปฏิบัติ

ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

- ประมาณ   15,000,000  บาท

1.2 การวางผังการพัฒนาและใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณชายแดน

ปัจจุบันแม้จะมีการจัดทำผังชุมชนและผังเมืองโดยภาพรวมของประเทศ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว แต่ในเรื่องการวางผังการใช้ที่ดินเพื่อจัดตั้งศูนย์ราชการ อาคาร และสถานที่บริเวณจุดผ่านแดน ทั้งที่ด่านพระเจดีย์สามองค์และจุดผ่านแดนบ้านพุน้ำร้อนยังมิได้ดำเนินการ เห็นสมควรที่จะต้องมีการเร่งรัดให้มีการวางผังการพัฒนาและใช้ประโยชน์พื้นที่ชายแดน

ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง: กรมโยธาธิการและผังเมือง  กระทรวงมหาดไทย

- ปี 2554        งบประมาณ       6,000,000      บาท

- ปี 2555        งบประมาณ      12,000,000     บาท

1.3 การเจรจาเพื่อให้มีการเปิดจุดผ่านแดนที่บ้านพระเจดีย์สามองค์ฝั่งพม่า

ปัจจุบันจุดผ่อนปรนทางการค้าชายแดนไทย – พม่า บริเวณด่านพระเจดีย์สามองค์ ทางรัฐบาลพม่าได้ปิดด่านชายแดน บ้านพญาตองซู นับตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2550 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว ทำให้บรรยากาศบริเว ด่านชายแดนพระเจดีย์สามองค์ซบเซาลง  ซึ่งที่ผ่านมาในแต่ละเดือนด่านแห่งนี้จะมีรายได้จากการส่งออกประมาณ 20 – 30 ล้านบาทต่อเดือน ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ ประเทศไทยได้นำเข้าก๊าซธรรมชาติจากพม่าในแต่ละเดือนเป็นมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อเดือน ทำให้ฝ่ายไทยมีตัวเลขขาดดุลการค้ากับพม่ามาโดยตลอด ในขณะที่ฝ่ายไทยไม่สามารถส่งสินค้าออกได้ตามปกติ อันจะส่งผลกระทบทางด้านสภาพการค้า เศรษฐกิจ สังคมในระยะยาว จึงเห็นควรผลักดันในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศให้มีการเจรจากับฝ่ายพม่า เพื่อให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้า (ด้านประเทศพม่า) โดยเร็ว เพราะการค้าชายแดนถือเป็นขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญ 

ดังนั้น จึงเห็นควรให้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (REGIONAL BORDER COMMITTEE: RBC)   และคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TOWNSHIP BORDER COMMITTEE: TBC)

- ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง: กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ 

2. ด้านโลจิสติกส์

สภาพที่ตั้งของจังหวัดกาญจนบุรี ถือได้ว่ามีศักยภาพสูงที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคย่อยต่างๆ  ในเอเชียภายใต้แผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก – ตก (East – West Economic Corridor: EMEC) และแนวเหนือ – ใต้ (North – South Economic Corridor: NSEC) ซึ่งจะทำให้จังหวัดกาญจนบุรีกลายเป็นพื้นที่เชื่อมต่อทางเศรษฐกิจที่สำคัญรวมถึงการเป็นจุดเชื่อมระหว่างพื้นที่ตอนในกับน่านทะเลทั้งในปีกของอ่าวไทยและปีกของทะเลอันดามัน การเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญนี้จะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสทางด้านการค้า การลงทุนทางโลจิสติกส์ การเกษตรอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

          ในขณะนี้การเตรียมการเปิดจุดผ่านแดนบ้านพุน้ำร้อนมีความคืบหน้าไปแล้วในระดับหนึ่ง เนื่องจากมีความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจในอนุทวีป (ไทย อินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ และสหภาพเมียนม่าร์) โดยรัฐบาลไทยและสหภาพเมียนม่าร์ ได้ลงนามใน MOU เพื่อการร่วมมือเพื่อพัฒนาท่าเรือ และเส้นทางเชื่อมโยงถึงชายแดนไทย (พฤษภาคม 2551) และบริษัทอิตาเลียนไทย ได้ลงนาม MOU กับการทางเรือของสหภาพเมียนม่าร์ (มิถุนายน 2551) เพื่อเป็นผู้พัฒนาโครงการและเริ่มศึกษาเพื่อวางแผนพัฒนาโครงการแล้ว โดยมีขอบข่ายครอบคลุมการพัฒนาท่าเรือ ถนนและทางรถไฟเชื่อมโยงทวาย – กาญจนบุรี ปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์และนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ

จังหวัดกาญจนบุรีขอรับการสนับสนุนโครงการด้านโลจิสติกส์รองรับการพัฒนาดังกล่าว ดังนี้

2.1 การเร่งรัดโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 (ทางด่วนบางใหญ่)  ทางหลวงสัมปทาน

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 หรือ มอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (ตัดผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี นครปฐม ราชบุรีและกาญจนบุรี  โดยมีจุดเริ่มต้นที่ อ.บางใหญ่ นนทบุรี ผ่าน อ.พุทธมณฑล อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม อ.บ้านโป่ง ราชบุรี อ.ท่ามะกา กาญจนบุรี และมาสิ้นสุดโครงการที่ อ.ท่าม่วง กาญจนบุรี รวมระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร) หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จนอกจากจะทำให้การคมนาคมขนส่งจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสู่ภาคตะวันตกของประเทศ เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยแล้ว ยังจะช่วยพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจทั้งในด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรมการค้าและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นประตูเชื่อมต่อกับสหภาพพม่าอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อโครงการเปิดจุดผ่านแดน      บ้านพุน้ำร้อนสำเร็จลุล่วงดังที่วางไว้ ที่ผ่านมาได้มีการจัดประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องไปบ้างแล้ว ภาคเอกชนจังหวัดกาญจนบุรี จึงควรผลักดันเร่งรัดโครงการนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว

- ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง: กระทรวงคมนาคม

- ประมาณ 35,000 ล้านบาท

2.2 การขยายเส้นทางคมนาคมไปสู่เขตการค้าชายแดนให้กว้างขึ้น

ปัจจุบันเส้นทางระหว่างจังหวัดกาญจนบุรีไปยังจุดผ่านแดนสายกาญจนบุรี – บ้านพุน้ำร้อน และสายกาญจนบุรี – สังขละบุรี เป็นถนนลาดยาง 2 ช่องทางจราจร สภาพถนนอยู่ในระดับดีพอใช้ มีชำรุดอยู่บ้างในบางจุด หากทั้ง 2 เส้นทางดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้กว้างขึ้น จะทำให้ระบบการขนส่งสินค้าและ การเดินทางมีความสะดวกและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น 

จึงเห็นสมควรมีการสำรวจ ปรับปรุงและขยายเส้นทางดังกล่าวให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับการค้าผ่านแดน ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

- ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง:  กระทรวงคมนาคม

- กาญจนบุรี - ลำทราย - ห้วยน้ำขาว - พุน้ำร้อน   ประมาณ  120  ล้านบาท

- กาญจนบุรี - สังขละบุรี (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี)     ประมาณ  200  ล้านบาท

2.3 การพัฒนาและส่งเสริมจัดทำโครงการรถไฟ  (RAIL  LINK) เพื่อการขนส่งสินค้าที่ประหยัดและมีมาตรฐาน

ดังได้กล่าวแล้วในส่วนที่ 2 ว่า ปัจจุบันจังหวัดกาญจนบุรี มีศูนย์ขนส่งสินค้าทางรถไฟอยู่แล้ว ที่ตำบลหนองตาบ่ง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งให้บริการขนส่งทางรถไฟจากกาญจนบุรี สู่ท่าเรือแหลมฉบัง  ซึ่งสามารถบรรทุกตู้ คอนเทนเนอร์ ขนาด 40 ฟุต  บรรทุกน้ำหนัก 20 ถึง 30 ตัน

โดยมีสินค้าที่ขนส่งผ่านศูนย์โลจิสติกส์ ที่ตำบลหนองตาบ่ง คือ 

-  ผลิตภัณฑ์กระดาษ

-  ผลิตภัณฑ์แปรรูปการเกษตร

-  วัสดุก่อสร้าง

หากมีโครงการขยายหรือวางระบบศูนย์ขนส่งสินค้าทางรถไฟที่มีอยู่แล้วให้มีมาตรฐานจะสามารถรองรับการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันตกของจังหวัดกาญจนบุรี ได้อีกทางหนึ่ง

- ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง:  การรถไฟแห่งประเทศไทย

2.4 การพัฒนาสนามบินของกองพลทหารราบที่ 9 สู่สนามบินพาณิชย์

การพัฒนาสนามบินของกองพล ร.9 เป็นสนามบินพาณิชย์น่าจะสอดคล้องกับศักยภาพของกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศ  ทั้งต่อนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งมาเยือนกาญจนบุรีปีละประมาณ 5 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเยือนกาญจนบุรียังมีเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก  เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย (ประมาณไม่ถึงร้อยละ 10) การเดินทางที่รวดเร็ว สะดวกและปลอดภัยซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับเที่ยวบินจากต่างประเทศได้โดยตรงจะกระตุ้นให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อจากต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี หรือสนามบินพาณิชย์แห่งนี้สามารถรองรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (CHARTER FLIGHT) ของนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางที่มีวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้ ปัจจุบันสนามบินกองพล ร.9 มีหอบังคับการบินแล้ว ยังขาดอุปกรณ์อีกบางชนิด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคม ได้แก่ ระบบสายพานสัมภาระ กล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัยและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

จึงเห็นควรให้มีการจัดหาอุปกรณ์ที่ขาดตามมาตรฐานโดยเร็ว ตลอดจนการวางระบบการบริหารสนามบินพล ร.9 เพื่อพัฒนาเป็นสนามบินพาณิชย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพของจังหวัดกาญจนบุรีในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันตก

- ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง : กองพลทหารราบที่ 9  กรมการขนส่งทางอากาศ  กระทรวงคมนาคม และจังหวัดกาญจนบุรี

- ปี 2555        ประมาณการ  10 ล้านบาท 

3. ด้านความมั่นคง

3.1 ด้านความมั่นคง ปัญหาพม่า อ้างสิทธิบริเวณพื้นที่ชายแดนด่านพระเจดีย์สามองค์

ในด้านความมั่นคง  ที่ผ่านมายัง มีการปะทะกันระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยงอยู่บ้าง บริเวณพื้นที่ ตรงข้ามพรมแดนไทยด้านจังหวัดกาญจนบุรี ตรงข้ามช่องทางด่านพระเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละบุรี ซึ่งปัญหาดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนระหว่างไทย – สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ ด้านการลงทุน แต่ยังมีปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การที่พม่าอ้างสิทธิในดินแดนบริเวณพื้นที่ชายแดนด่านพระเจดีย์สามองค์

          ในเรื่องการอ้างสิทธิในพื้นที่เป็นปัญหาระดับประเทศ  จึงเห็นควรแก้ไขปัญหาเขตแดนระหว่างไทยกับพม่าโดยจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JOINE BOUNDARY COMMISSION: JBC) เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว

ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง:  กระทรวงการต่างประเทศ 

4. อื่นๆ

4.1 เขตเศรษฐกิจพิเศษ  จังหวัดกาญจนบุรีขอรับการสนับสนุนผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษเชิงพาณิชย์

       ปัจจุบันบริเวณการค้าชายแดนด่านพระเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีการใช้แรงงานพม่า (แรงงานต่างด้าว) ในโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ซึ่งแรงงานเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย

       หากได้มีการกำหนดระบบและรูปแบบที่เหมาะสมของการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่โดยมีระเบียบ กฎหมาย                (เขตเศรษฐกิจพิเศษเชิงพาณิชย์) จะทำให้จังหวัดกาญจนบุรีมีศักยภาพสูงขึ้น  ในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจ        ภาคตะวันตก

- ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง: สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

 

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.