หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

หัวข้อบทความ

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC)

ความเป็นมาของอาเซียน

        อาเซียน หรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asia Nations หรือ ASEAN) เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นตามปฏิญญากรุงเทพ (The Bangkok Declaration) เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๑๐ โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง ๕ ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย

        ผู้แทนทั้ง ๕ ประเทศ ประกอบด้วย นายอาดัม มาลิก (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย), นายตุน อับดุลราซัก บินฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย), นายนาซิโซ รามอส (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์), นายเอส ราชารัตนัม (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์), และพันเอกพิเศษ ถนัด คอร์มันต์ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย) 

         ในเวลาต่อมา ได้มีประเทศสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม (เป็นสมาชิกเมื่อ ๗ มกราคม ๒๕๒๗)

         และประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่ ๔ ประเทศ คือ กัมพูชา (วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๒), ลาว, พม่า (วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๐) และเวียดนาม (วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๘) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า กลุ่ม CLMV (Cambodia, Laos, Myanmar, Vietnam) ทำให้อาเซียนมีสมาชิก ครบ ๑๐ ประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

AEC: ASEAN Economic Community  : ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

วัตถุประสงค์การจัดตั้ง

        อาเซียน  ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันนำมาซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และเมื่อการค้าระหว่างประเทศในโลกมีแนวโน้มกีดกันการค้ารุนแรงขึ้น ทำให้อาเซียนได้หันมามุ่งเน้นกระชับและขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างกันมากขึ้น สัญลักษณ์ของอาเซียน คือ รูปรวงข้าวสีเหลืองบนพื้นสีแดงล้อมรอบด้วยวงกลมสีขาวและสีน้ำเงิน รวงข้าว ๑๐ ต้น หมายถึง ประเทศสมาชิก ๑๐ ประเทศ สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง สีแดง หมายถึงความกล้าหาญ และการมีพลวัต สีขาวหมายถึงความบริสุทธิ์ และสีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง อย่างไรก็ตาม อาเซียนก็ยังคงไว้ซึ่งวัตถุประสงค์หลัก ๓ ประการ ดังนี้

                     -  ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาค

                     -  รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค

                     -  ใช้เป็นเวทีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในภูมิภาค

อาเซียนครบรอบ ๔๐ ปี ของการจัดตั้งในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ โดยมีคำขวัญที่ตั้งขึ้นจากเวทีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๙ และใช้กันทั่วอาเซียนว่า “One ASEAN at the heart of dynamic Asia” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ ในภูมิภาค

 

นโยบายการดำเนินงานของอาเซียน

        นโยบายการดำเนินงานของอาเซียน  จะเป็นผลจากการประชุมหารือในระดับหัวหน้ารัฐบาล ระดับรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน การประชุมสุดยอด (ASEAN Summit) หรือ การประชุมของผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นการประชุมระดับสูงสุด เพื่อกำหนดแนวนโยบายในภาพรวมและเป็นโอกาสที่ประเทศสมาชิกจะได้ร่วมกันประกาศเป้าหมายและแผนงานของอาเซียน ในระยะยาว โดยจัดทำเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ แผนงานปฏิบัติการ (Action Plan) แถลงการณ์ร่วม (Joint Declaration) ปฏิญญา (Declaration) ความตกลง (Agreement) หรืออนุสัญญา (Convention) ส่วนการประชมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสจะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณา ทั้งนโยบายในภาพรวมและนโยบายเฉพาะด้าน

        ด้านการเมืองและความมั่นคง อาเซียนได้จัดทำปฏิญญากำหนดให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเขตแห่งสันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง (Zone of peace, Freedom and Neutrality-ZOPFAN) ในปี ๒๕๑๔ การจัดทำสนธิสัญญาไมตรี และความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation-TAC) ในปี ๒๕๑๙ สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty on the Southeast Asia Nuclear Weapon-Free Zone-SEANWFZ) ในปี ๒๕๓๘ และการริเริ่มการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมือง และความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค (ASEAN Regional Forum-ARF) ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งแรกในปี ๒๕๓๗

        ด้านเศรษฐกิจ อาเซียนได้ลงนามจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area-AFTA) ในปี ๒๕๓๕ เพื่อลดภาษีศุลกากรระหว่างกัน เพื่อช่วยส่งเสริมการค้าภายในอาเซียนให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนการผลิตสินค้า และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และได้ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อให้การรวมตัวทางเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ และมีทิศทางชัดเจนโดยจัดตั้งเขตลงทุนอาเซียน (ASEAN Investment Area-AIA)

        ด้านสังคมและวัฒนธรรม อาเซียนมีความร่วมมือเฉพาะด้าน (Functional Cooperation) ภายใต้สังคมและวัฒนธรรมที่ครอบคลุมในหลายด้าน เพื่อให้ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและมีการพัฒนาในทุกด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี

         หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการประสานงาน

        หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการประสานงาน และติดตามผลการดำเนินงานของอาเซียน ประกอบด้วย สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างประเทศสมาชิก โดยมีเลขาธิการอาเซียน (Secretary-General of ASEAN) เป็นหัวหน้าสำนักงาน

        ดำรงตำแหน่งคราวละ ๕ ปี และสำนักงานอาเซียนแห่งชาติ หรือ ASEAN National Secretariat เป็นหน่วยงานระดับกรมในกระทรวงการต่างประเทศของ ประเทศสมาชิกอาเซียน มีหน้าที่ประสานกิจการอาเซียนในประเทศนั้น และติดตามผลการดำเนินงาน สำหรับประเทศไทยหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ และคณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียน (Committee of Permanent Representative-CPR)

        ผู้นำอาเซียน ได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือในอาเซียน ฉบับที่ ๒ (Declaration of ASEAN Concord II หรือ Bali Concord II) เพื่อประกาศจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ภายใน

        ปี ๒๕๖๓ (ค.ศ. ๒๐๒๐) โดยสนับสนุนการรวมตัวและความร่วมมืออย่างรอบด้าน โดยในด้านการเมืองให้

        จัดตั้ง “ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน” หรือ ASEAN Political Security Community (APSC), ด้านเศรษฐกิจให้จัดตั้ง “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” หรือ ASEAN Economic Community (AEC) และด้านสังคมและวัฒนธรรมให้จัดตั้ง “ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน” หรือ ASEAN Socio-Cultural Community (ASCC) ต่อมา ผู้นำอาเซียนได้เห็นชอบให้เร่งรัดการเป็นประชาคมอาเซียนให้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีก ๕ ปี เป็นปี ๒๕๕๘ และในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี ๒๕๕๒ ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฏิญญาชะอำหัวหินว่าด้วยแผนงานสำหรับประชาคมอาเซียน ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๘                                                                           

         ที่จะเป็นไปในประชาคมอาเซียน  (ASEAN Community: AC)

        ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาการดำเนินงานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของอาเซียนมีความคืบหน้ามาตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเขตการค้าเสรีอาเซียน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ การเจรจาเพื่อเปิดตลาดการค้าบริการ และการลงทุนในภูมิภาคจนถึงปัจจุบัน ผู้นำอาเซียนได้มุ่งให้ความสำคัญกับการดำเนินการเพื่อนำไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี ๒๕๕๘ (๒๐๑๕) ซึ่งเร็วขึ้นกว่ากำหนดการเดิมที่ผู้นำอาเซียนได้เคยประกาศแสดงเจตนารมณ์ไว้ตามแถลงการณ์บาหลีถึง ๕ ปี

        ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community: AC) ประกอบด้วย ๓ เสาหลัก คือ ประชาคมความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม โดยมี กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) เป็นกรอบพื้นฐานทางกฎหมายรองรับ ซึ่งจะสร้างกฎเกณฑ์สำหรับองค์กรอาเซียนให้สมาชิกมีพันธกิจที่จะต้องปฏิบัติตาม (Legal Binding)

         ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community: APSC)

          อาเซียนมุ่งส่งเสริมความร่วมมือในด้านการเมืองและความมั่นคงเพื่อเสริมสร้างและธำรงไว้ซึ่ง       สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค เพื่อให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และ   สามารถแก้ไขปัญหาและความขัดแย้งโดยสันติวิธี เพื่อรองรับการเป็นประชาคมการเมืองและความมั่นคง อาเซียนได้จัดทำแผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community Blueprint) โดยเน้น ๓ ประการคือ (๑) การมีกฎเกณฑ์และค่านิยมร่วมกัน ครอบคลุมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะร่วมกันทำ เพื่อสร้างความเข้าใจในระบบสังคม วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่แตกต่างของประเทศสมาชิก ส่งเสริมพัฒนาการ

        ทางการเมืองไปในทิศทางเดียวกัน เช่น หลักการประชาธิปไตย การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การสนับสนุนการมีส่วนร่มของภาคประชาสังคม การต่อต้านการทุจริต การส่งเสริมหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล (๒) ส่งเสริมความสงบสุขและรับผิดชอบร่วมกันในการรักษาความมั่นคงสำหรับประชาชนที่ครอบคลุมในทุกด้าน ครอบคลุมความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในรูปแบบเดิม ซึ่งหมายถึงมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและการระงับข้อพิพาธโดยสันติ เพื่อป้องกันสงครามและให้ประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่ด้วยกันโดยสงบสุขและไม่มีความหวาดระแวง นอกจากนี้ ยังขยายความร่วมมือเพื่อต่อต้านภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย อา๙ยากรรมข้ามชาติต่างๆ ยาเสพติ การค้ามนุษย์ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและจัดการภัยพิบัติและภัยธรรมชาติ  (๓) การมีพลวัตและปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก

        กำหนดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างบทบาทของอาเซียนในความร่วมมือระดับภูมิภาค เช่น กรอบ

        ASEAN+๓ กับจีน ญี่ปุ่น สารณรัฐเกาหลี และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ตลอดจนความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับมิตรประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ

        ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC)

        อาเซียนจะรวมตัวทางเศรษฐกิจเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภายในปี ๒๕๕๘ อาเซียนได้จัดทำแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint) ซึ่งเป็นแผนงานบูรณาการการดำเนินงานในด้านเศรษฐกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ๔ ด้าน คือ (๑) การเป็นตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน (Single Market and Single Production Base) โดยจะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน เงินลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรีมากขึ้น ผู้บริโภคสามารถเลือกสรรสินค้า บริการได้อย่างหลากหลายภายในภูมิภาค และสามารถเดินทางในอาเซียนได้อย่างสะดวกและเสรีมากยิ่งขึ้น (Free flows of goods, services, investment, and skilled labors, and free flow of capital) รวมทั้งการส่งเสริมการรวมกลุ่มสาขาสำคัญของอาเซียนให้เป็นรูปธรรม โดยได้กำหนดเวลาที่จะลดหรือยกเลิกอุปสรรคระหว่างกันเป็นระยะ ทั้งนี้กำหนดให้ลดภาษีสินค้าเป็น ๐ % และลดหรือเลิกมาตรการที่มิใช่ภาษี ภายในปี ๒๕๕๓ เปิดตลาดภาคบริการทั้งหมดภายในปี ๒๕๕๘ และเปิดเสรีภารลงทุนภายในปี ๒๕๕๓   ซึ่งนับเป็นความท้าทายที่สำคัญของอาเซียนที่จะต้องร่วมแรงร่วมใจ และช่วยกันนำพาอาเซียนไปสู่เป้าหมาย (๒) การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอาเซียนโดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านนโยบายที่จะช่วยส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ เช่น นโยบายการแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นโยบายภาษี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (การเงิน

         การขนส่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ และพลังงาน) (๓) การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค ให้มีการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางาและขนาดย่อม (SMEs) และการเสริมสร้างขีดความสามารถผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น ข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration-IAI) เพื่อลดช่องว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก และ (๔) การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก เน้นการปรับประสานนโยบายเศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศภายนอกภูมิภาค เพื่อให้อาเซียนมีท่าทีร่วมกันอย่างชัดเจน เช่น การจัดทำเขตการค้าเสรีของอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมการสร้างเครือข่ายในด้านการผลิต/จำหน่ายภายในภูมิภาคให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก

          ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community)

          อาเซียนมุ่งหวังประโยชน์จากการรวมตัวเพื่อทำให้ประชาชนมีการอยู่ดีกินดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีสิ่งแวดล้อมท่าดี และมีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียว โดยมีความร่วมมือเฉพาะด้าน (Functional Cooperation) ภายใต้สังคมและวัฒนธรรมที่ครอบคลุมในหลายด้าน ได้แก่ เยาวชน การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สิทธิมนุษยชน สาธารณสุข วิทยาศาสตร์

           และเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม สตรี แรงงาน การขจัดความยากจน สวัสดิการสังคมและการพัฒนา วัฒนธรรมและสารนิเทศ กิจการพลเรือน กาตรวจคนเข้าเมืองและกงสุล ยาเสพติด และการจัดการภัยพิบัติ สิทธิมนุษยชน โดยมีคณะทำงานอาเซียนรับผิดชอบการดำเนินความ ร่วมมือในแต่ละด้าน อาเซียนได้ตั้งเป้าหมายเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในปี๒๕๕๘ โดยมุ่งหวังเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน

           ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและมีการพัฒนาในทุกด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมอัตลักษณ์อาเซียน (ASEAN Identity) เพื่อรองรับการเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน อาเซียนได้จัดทำแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural  Community Blueprint) ซึ่งประกอบด้วยความร่วมมือ ๖ ด้าน ได้แก่ (๑) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Development) (๒) การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม (Social Welfare and Protection) (๓) สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice and Rights) (๔) ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) (๕) การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน (Building an ASEAN Identity) (๖) การลดช่องว่างทางการพัฒนา (Narrowing the Development Gap) โดยมีกลไกการดำเนินงาน ได้แก่ การประชุมรายสาขาระดับเจ้าหน้าอาวุโส (Senior Officials Meeting) และระดับรัฐมนตรี (Ministerial Meeting) และคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community Council)        

ทำไมต้องจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

บริบทของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การเปลี่ยนแปลงของอาเซียนที่จะถึงนี้ อาจต้องประสบกับวิกฤตความเสี่ยงระดับโลก (Global Risks) ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง เช่น ความไม่มีเสถียรภาพของระบบการเงินโลก

การเพิ่มของราคาพลังงาน ความมั่นคงด้านอาหาร การเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพรมแดน โรคระบาดข้ามพรมแดน โลกร้อน ภัยธรรมชาติ การก่อการร้าย เป็นต้น รวมถึงการเกิดความร่วมมือในระดับภูมิภาค อันเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า และการต่อต้านภัยคุกคามต่างๆ รวมถึงเป็นการสร้างโอกาสและอำนาจต่อรอง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ                                        

การรวมกันเป็นตลาดเดียวของประชาคมอาเซียนนั้น จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนกับกลุ่มประเทศมหาอำนาจเช่น จีน อินเดีย ประเทศขนาดเล็กได้รับความคุ้มครอง เป็นกระบอกเสียงในเวทีโลก เนื่องด้วยอาเซียนจะมีประชากรรวมเกือบ ๖๐๐ ล้านคน หรือคิดเป็น ๑ ใน ๑๐ ของประชากรโลก และมี GDP รวมประมาณ ๒.๗ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น ๒.๖ ของ GDP

โลก โดยเฉพาะผลของประชาคมเศรษฐกิจสำหรับประเทศไทยนั้น จะช่วยให้ประเทศของเราสามารถเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของการค้าขายกับตลาดภายในภูมิภาค และเป็นฐานของภูมิภาคในการออกไปสู่ประเทศอื่นๆ ได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

 อาเซียน จำเป็นต้องเร่งรัดการรวมกลุ่มภายในหรือเร่งรัดจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เนื่องจากกระแสโลกาภิวัตน์ และแนวโน้มการทำข้อตกลงการรวมกลุ่มด้วยความมั่นคงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และปรับปรุงการดำเนินงานให้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสการแข่งขันทางการค้า และการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นและมีแนวโน้มจะถ่ายโอนไปสู่ประเทศเศรษฐกิจใหม่มากขึ้น เช่น จีน อินเดีย และ รัสเซีย เป็นต้น

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ของอาเซียนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในตลาดโลก เนื่องจากส่งเสริมให้เกิดการเปิดตลาดเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตระหว่างประเทศสมาชิกที่ลึกซึ้งและกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงาน รวมถึงความร่วมมือในด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า และการลงทุน เพื่อลดอุปสรรคทางด้านการค้า และการลงทุนในเหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานการครองชีพและความกินดีอยู่ดีของประชาชนภายในประเทศ และลดช่องว่างการเหลื่อมล้ำทางสังคมให้น้อยลง

 

AEC: Blueprint...พิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

        เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อาเซียนได้จัดทำแผนงานในเชิงบูรณาการ การดำเนินงานในด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อให้เห็นการดำเนินงานในภาพรวมที่จะนำไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี ค.ศ. ๒๐๑๕ ได้อย่างชัดเจน ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกับการสร้างบ้านแผนงานนี้ เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวที่จะช่วยบอกองค์ประกอบของบ้านหลังนี้ว่าจะมีรูปร่างอย่างไร

       ทำไมต้องจัดทำ AEC: Blueprint

      เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงาน ในด้านเศรษฐกิจให้ชัดเจนตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดจนบรรลุ

        เป้าหมาย AEC ในปี ค.ศ.๒๐๑๕

       เพื่อสร้างพันธสัญญาระหว่างประเทศสมาชิก ที่จะดำเนินการไปสู่เป้าหมายดังกล่าวร่วมกัน

       องค์ประกอบสำคัญของ AEC: Blueprint

        การเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตร่วมกัน  แผนงานที่จะส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้าบริการ การลงทุน แรงงานฝีมือและการเคลื่อนย้ายเงิน ทุกอย่างเสรีมากขึ้น

        การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอาเซียน  แผนงานที่จะส่งเสริมารสร้างความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่น นโยบายการแข่งขัน สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายภาษี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเงิน การขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ

        การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค  แผนงานที่จะส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของสมาขิกและลด

        ช่องว่างของระดับการพัฒนาระหว่างสมาขิกเก่าและใหม่ แลการสนับสนุนการพัฒนา SMEs

        การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก  แผนงานที่จะส่งเสริมการรวมกลุ่มเข้ากับประชาคมโลกโดยเน้นการปรับประสานนโยบายเศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศภายนอกภูมิภาค เช่น การจัดทำเขตการค้าเสรีและการสร้างเครือข่ายในด้านการผลิต และจำหน่าย เป็นต้น

               สำหรับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้แก่ การปรับปรุงกลไกด้านสถาบันโดยการจัดตั้งกลไกการหารือระดับสูงประกอบด้วยผู้แทนระดับรัฐมนตรีทุกสาขาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชนอาเซียน ตลอดจนการพัฒนาระบบกลไกการตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงาน และจัดหาแหล่งทรัพยากรสำหรับการดำเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ  อย่างมีประสิทธิภาพ

               ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๓ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ ณ ประเทศสิงคโปร์ ผู้นำอาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยประกอบด้วย แผนการดำเนินงาน AEC: Blueprint และตารางกำหนดการเวลาดำเนินงาน (Strategic Schedule) ซึ่งเป็นเอกสารผนวก จึงนับได้ว่า ขณะนี้อาเซียนได้ทำพิมพ์เขียวของการดำเนินงานไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ขั้นต่อไป คือ การเริ่มลงมือดำเนินงานตามแผนงานในด้านต่าง ๆ เพื่อร่วมกันสร้างประชาคมที่เป็นหนึ่งเดียวกันของอาเซียนต่อไป

 

ข้อมูล  : ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

วันที่ 9 กันยายน 2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.